เปรียบเทียบชุด Belt Scale แบบ Single-Idler และ Multiple-Idler
Siemens BW500 คืออะไร? ระบบ Belt Scale และวิธีเลือก Accuracy
Siemens BW500 คืออะไร? รู้จักระบบ Belt Scale และเลือก Accuracy ให้เหมาะกับหน้างาน
โรงงานที่ใช้สายพานลำเลียงวัตถุดิบไม่ได้ต้องการทราบเพียงว่าสายพานกำลังทำงานหรือไม่ แต่ยังต้องการทราบว่า มีวัสดุไหลผ่านสายพานเท่าไร ผลิตได้กี่ตันต่อชั่วโมง และมีน้ำหนักสะสมทั้งหมดเท่าไร
ระบบที่ใช้ตรวจวัดข้อมูลเหล่านี้เรียกว่า Belt Scale System หรือระบบเครื่องชั่งน้ำหนักแบบสายพานลำเลียง โดยหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญของระบบคือ Siemens Milltronics BW500 ซึ่งทำหน้าที่รับและประมวลผลสัญญาณจากอุปกรณ์ตรวจวัดบนสายพาน
Quick Answer: Siemens BW500 คืออะไร?
Siemens Milltronics BW500 คืออุปกรณ์ประเภท Integrator สำหรับระบบ Belt Scale และ Weighfeeder ทำหน้าที่รับสัญญาณน้ำหนักจากชุด Belt Scale และรับสัญญาณความเร็วจาก Speed Sensor จากนั้นจึงประมวลผลเป็นอัตราการไหลของวัสดุและน้ำหนักสะสม
BW500 ไม่ได้ตรวจวัดน้ำหนักเพียงลำพัง แต่ต้องทำงานร่วมกับชุด Belt Scale และ Speed Sensor ดังนั้นความแม่นยำของระบบจึงขึ้นอยู่กับการเลือกอุปกรณ์ รูปแบบการติดตั้ง การปรับตั้ง และสภาพของสายพานร่วมกัน
ดูข้อมูลสินค้า: Siemens Milltronics BW500 และ BW500/L
ระบบ Belt Scale ประกอบด้วยอะไรบ้าง?
ระบบเครื่องชั่งสายพานโดยทั่วไปประกอบด้วยอุปกรณ์หลัก 3 ส่วน
1. Belt Scale หรือชุดชั่งน้ำหนักบนสายพาน
Belt Scale ติดตั้งบริเวณโครงสายพาน เพื่อรับแรงจากวัสดุที่เคลื่อนผ่านจุดชั่งและเปลี่ยนแรงดังกล่าวเป็นสัญญาณน้ำหนัก
การเลือกรุ่นต้องพิจารณาทั้งขนาดสายพาน Capacity ความเร็ว ชนิดของวัสดุ ความต้องการด้าน Accuracy และลักษณะโครงสร้างหน้างาน
ดูสินค้าในกลุ่ม Belt Scales เครื่องชั่งน้ำหนักแบบสายพานลำเลียง
2. Speed Sensor หรือเซนเซอร์วัดความเร็ว
Speed Sensor ทำหน้าที่ตรวจวัดความเร็วของสายพาน และส่งสัญญาณไปยัง Integrator
หากค่าความเร็วไม่สัมพันธ์กับการเคลื่อนที่จริงของสายพาน ผลการคำนวณอัตราการไหลและน้ำหนักสะสมก็อาจคลาดเคลื่อนได้ จึงต้องเลือกตำแหน่งและรูปแบบการติดตั้งให้เหมาะสม
ดูสินค้าในกลุ่ม Speed Sensor สำหรับระบบสายพาน
3. Siemens BW500 หรือ Integrator
BW500 รับสัญญาณ Belt Load จากชุดชั่ง และสัญญาณ Belt Speed จาก Speed Sensor มาประมวลผล เพื่อแสดงข้อมูลที่สำคัญ เช่น
- อัตราการไหลของวัสดุ
- น้ำหนักสะสม
- สถานะการทำงานของระบบ
- ข้อมูลสำหรับการควบคุมหรือเชื่อมต่อกับระบบอื่น
- ฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องกับการปรับตั้งและตรวจสอบระบบ
หลักการทำงานโดยสรุปคือ
Belt Load × Belt Speed = Material Flow Rate
จากนั้นระบบจะคำนวณ Flow Rate ตามช่วงเวลา เพื่อแสดงน้ำหนักสะสมของวัสดุที่ผ่านสายพาน
Accuracy ±0.5% และ ±0.25% ต่างกันอย่างไร?
Accuracy ไม่ควรพิจารณาจาก BW500 เพียงตัวเดียว เพราะค่าความแม่นยำขึ้นอยู่กับชุด Belt Scale รูปแบบการติดตั้ง โครงสร้างสายพาน การตั้งศูนย์ลูกกลิ้ง การ Calibration และสภาพการใช้งานจริง
ในกลุ่ม Milltronics สามารถเปรียบเทียบรูปแบบที่พบได้บ่อยดังนี้
หัวข้อเปรียบเทียบ | Milltronics MSI | Milltronics MMI |
รูปแบบชุดชั่ง | Single-Idler Belt Scale | Multiple-Idler Belt Scale |
ลักษณะการติดตั้ง | ชุดชั่ง MSI จำนวน 1 ชุด | ใช้ MSI ตั้งแต่ 2 ชุดขึ้นไปติดตั้งต่อเนื่องกัน |
Accuracy สูงสุดโดยประมาณ | ±0.5% | ±0.25% หรือดีกว่า |
จุดเด่น | ติดตั้งไม่ซับซ้อน เหมาะกับงานตรวจวัดทั่วไป | เพิ่มความแม่นยำและความเสถียรของการตรวจวัด |
งานที่เหมาะสม | งาน Process Monitoring และงานชั่งต่อเนื่องทั่วไป | งานควบคุมกระบวนการสำคัญหรืองานที่ต้องการ Accuracy สูง |
ข้อมูลที่ต้องตรวจสอบก่อนเลือก | Capacity, Belt Width, Belt Speed, Material และโครงสร้างสายพาน | Capacity, Belt Width, Belt Speed, Material, พื้นที่ติดตั้ง และ Accuracy ที่ต้องการ |
ดูข้อมูลเพิ่มเติม:
หมายเหตุ: คำว่า “1 ชุด” และ “2 ชุด” ในตารางหมายถึงจำนวน Weighbridge หรือชุด Belt Scale ที่ติดตั้ง ไม่ควรเรียกว่า 1 Load Cell และ 2 Load Cells โดยตรง เพราะ Belt Scale แต่ละรุ่นอาจมีองค์ประกอบของ Load Cell ตามการออกแบบของผู้ผลิต
ทำไมจำนวนชุดชั่งจึงมีผลต่อ Accuracy?
เมื่อเพิ่มจำนวนจุดรับน้ำหนักหรือเพิ่มช่วงการชั่ง ระบบจะมีข้อมูลจากพื้นที่สัมผัสของวัสดุบนสายพานมากขึ้น จึงสามารถลดผลกระทบจากการสั่น การกระจายน้ำหนักที่ไม่สม่ำเสมอ และการเปลี่ยนแปลงของวัสดุในช่วงสั้นๆ ได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มจำนวนชุดชั่งเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าระบบจะแม่นยำเสมอไป เพราะยังต้องพิจารณาปัจจัยอื่น ได้แก่
- โครงสายพานต้องแข็งแรงและไม่บิดตัว
- ลูกกลิ้งบริเวณจุดชั่งต้องตั้งแนวอย่างเหมาะสม
- สายพานต้องวิ่งตรงและมีแรงตึงสม่ำเสมอ
- ตำแหน่งติดตั้งต้องห่างจากจุดป้อนวัสดุและบริเวณที่สายพานเปลี่ยนทิศทาง
- Speed Sensor ต้องตรวจวัดความเร็วได้สัมพันธ์กับการเคลื่อนที่จริง
- ระบบต้องได้รับการ Calibration อย่างถูกต้อง
- ต้องเลือก Capacity และช่วงการวัดให้เหมาะกับปริมาณวัสดุจริง
Belt Scale ใช้กับวัสดุอะไรได้บ้าง?
ระบบ Belt Scale เหมาะกับการตรวจวัดวัสดุของแข็งที่เคลื่อนผ่านสายพานอย่างต่อเนื่อง เช่น
- หินและแร่
- ถ่านหิน
- ทราย
- เมล็ดพืช
- แป้ง
- น้ำตาล
- ปุ๋ย
- วัตถุดิบอาหาร
- เศษไม้และเชื้อเพลิงชีวมวล
- วัตถุดิบในโรงงานอุตสาหกรรม
การเลือกอุปกรณ์ควรพิจารณาคุณสมบัติของวัสดุร่วมด้วย เช่น ความหนาแน่น ขนาดอนุภาค ความชื้น การเกาะติด และอัตราการไหลสูงสุด–ต่ำสุด
ควรเลือก MSI หรือ MMI?
หากเป็นงานตรวจวัดปริมาณทั่วไป ต้องการระบบที่ติดตั้งไม่ซับซ้อน และ Accuracy ระดับ ±0.5% เพียงพอต่อกระบวนการ ชุด Milltronics MSI อาจตอบโจทย์ได้
แต่ถ้าเป็นงานควบคุมกระบวนการสำคัญ งานคำนวณวัตถุดิบ งาน Load-Out หรืองานที่ต้องการ Accuracy สูงขึ้น ชุด Milltronics MMI ซึ่งเป็นระบบ Multiple-Idler อาจเหมาะสมกว่า
การตัดสินใจไม่ควรดูเฉพาะค่า Accuracy บนเอกสาร แต่ควรตรวจสอบโครงสายพาน Capacity ความเร็ว ชนิดวัสดุ พื้นที่ติดตั้ง และเงื่อนไขการทำงานจริงก่อนเลือกอุปกรณ์
ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนสอบถามรุ่นและราคา
กรณีเปลี่ยนอุปกรณ์เดิม
ควรส่งข้อมูลดังนี้
- รูป Nameplate ที่มองเห็นข้อมูลชัดเจน
- Order Code หรือรหัสสินค้า
- รุ่นของ Integrator, Belt Scale และ Speed Sensor
- รูปอุปกรณ์เดิมและตำแหน่งติดตั้ง
- อาการหรือเหตุผลที่ต้องการเปลี่ยน
กรณีติดตั้งระบบใหม่
ควรเตรียมข้อมูลดังนี้
- ชนิดของวัสดุ
- Capacity สูงสุดและต่ำสุด
- ความกว้างของสายพาน
- ความเร็วสายพาน
- มุมเอียงของสายพาน
- รูปถ่ายโครงสร้างสายพาน
- Accuracy ที่ต้องการ
- ระบบควบคุมหรือสัญญาณที่ต้องการเชื่อมต่อ
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ทีมงานตรวจสอบและเลือกรุ่นได้ตรงกับหน้างานมากกว่าการเลือกจากชื่อสินค้าเพียงอย่างเดียว
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Siemens BW500 และ Belt Scale
Siemens BW500 เป็นเครื่องชั่งน้ำหนักหรือไม่?
BW500 ไม่ใช่ชุดชั่งน้ำหนักที่ติดตั้งใต้สายพานโดยตรง แต่เป็น Integrator ซึ่งรับสัญญาณจาก Belt Scale และ Speed Sensor มาประมวลผลเป็นอัตราการไหลและน้ำหนักสะสม
หากมี BW500 เพียงตัวเดียว สามารถชั่งน้ำหนักได้หรือไม่?
ไม่ได้ ระบบยังต้องมีชุด Belt Scale สำหรับตรวจวัดน้ำหนักและ Speed Sensor สำหรับตรวจวัดความเร็วของสายพาน
Load Cell และ Belt Scale เหมือนกันหรือไม่?
ไม่เหมือนกัน Load Cell เป็นส่วนตรวจจับแรงหรือน้ำหนัก ขณะที่ Belt Scale เป็นชุดชั่งที่ออกแบบสำหรับติดตั้งร่วมกับโครงสายพาน ซึ่งอาจประกอบด้วย Weighbridge, Load Cell และองค์ประกอบทางกลอื่นๆ
Accuracy ±0.5% เป็นค่าของ BW500 หรือไม่?
ไม่ควรระบุว่าเป็นค่าของ BW500 เพียงตัวเดียว ค่า Accuracy ดังกล่าวเป็นสมรรถนะของระบบ Belt Scale ตามรุ่น รูปแบบการติดตั้ง และเงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด
MSI กับ MMI แตกต่างกันอย่างไร?
MSI เป็น Belt Scale แบบ Single-Idler ส่วน MMI เป็นระบบ Multiple-Idler ที่นำชุด MSI ตั้งแต่ 2 ชุดขึ้นไปติดตั้งต่อเนื่องกัน จึงรองรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูงขึ้น
ระบบ Belt Scale แสดงน้ำหนักเป็นตันต่อชั่วโมงได้หรือไม่?
ได้ เมื่อ Integrator ได้รับสัญญาณน้ำหนักและความเร็ว ระบบสามารถคำนวณและแสดงอัตราการไหล เช่น ตันต่อชั่วโมง รวมถึงน้ำหนักสะสมของวัสดุที่ผ่านสายพาน
หากต้องการเปลี่ยน BW500 เดิม ต้องส่งข้อมูลอะไร?
ส่งรูป Nameplate หรือ Order Code พร้อมรูปอุปกรณ์เดิมและรายละเอียดการใช้งาน เพื่อให้ทีมงานตรวจสอบรุ่น สเปก ความเข้ากันได้ และสินค้าคงเหลือ
หากไม่มี Nameplate สามารถสอบถามได้หรือไม่?
สามารถสอบถามได้ แต่ควรส่งรูปอุปกรณ์หลายมุม รูปจุดต่อสาย รุ่นของอุปกรณ์ที่ทำงานร่วมกัน และข้อมูลหน้างาน เพื่อช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการเลือกรุ่น
สรุป
Siemens Milltronics BW500 เป็นส่วนประมวลผลสำคัญของระบบ Belt Scale โดยทำงานร่วมกับชุดชั่งน้ำหนักและ Speed Sensor เพื่อคำนวณอัตราการไหลและน้ำหนักสะสมของวัสดุบนสายพาน
หัวใจของการได้ค่าที่แม่นยำไม่ได้อยู่ที่ Integrator เพียงตัวเดียว แต่เกิดจากการเลือกรุ่น Belt Scale รูปแบบการติดตั้ง สภาพโครงสายพาน การตั้งศูนย์ การ Calibration และข้อมูลหน้างานทั้งหมดร่วมกัน
ขอคำแนะนำ ตรวจสอบรุ่น สต๊อก และราคา
🔥 โปรโมชั่นดีๆ จาก GOTCORP ยังไม่หมด!
Siemens BW500 และอุปกรณ์ในระบบ Belt Scale มีราคาพิเศษ จำนวนจำกัด
หากต้องการเปลี่ยนอุปกรณ์เดิม กรุณาส่งรูป Nameplate หรือ Order Code
หากเป็นระบบใหม่ กรุณาส่งรูปสายพาน พร้อมข้อมูล Material, Capacity, Belt Width, Belt Speed และ Accuracy ที่ต้องการ
ทีมงาน GOT Automation ช่วยตรวจสอบรุ่น สต๊อก และจัดทำใบเสนอราคาให้เหมาะกับหน้างาน
LINE OA: @gotcorp
โทร. 089-894-5594
Our Customer

